 |
| ค่างแว่นถิ่นเหนือ |
| พฤศจิกายน 2551 |
|
|
|
 |
| เรื่องโดย คาโรลา บอร์รีส์ และแอนเดรียส คูนิก |
ภาพถ่ายโดย เริงฤทธิ์ คงเมือง และอรุณ ร้อยศรี |
|
|
 |
|
เจ้าค่างแว่นตัวน้อยร้องโหยหวน มันอยู่กับป้ามานานชั่วโมงกว่าแล้ว แรกๆทุกอย่างก็ดูราบรื่นดี หลานกับป้านั่งติดกันขณะที่ป้าทำความสะอาดขนให้หลานอยู่พักหนึ่ง แต่ตอนนี้ป้าเกิดอยากจะไปไกลๆจากเจ้าหลานตัวน้อย ซึ่งยังเล็กเกินกว่า จะเดินหรือเล่นเองได้ และวันๆเอาแต่เกาะป้าแจไม่ยอมให้ไปไหน ป้าเลยเริ่มผลักไสไล่ส่งหลาน โชคดีที่ 5 นาทีหลังจาก เจ้าตัวน้อยร้องอย่างเอาเป็นเอาตาย ป้าอีกตัวก็เข้ามาปลอบและยอมให้มันเกาะท้อง เสียงร้องจึงเงียบลงเกือบจะทันที ปริศนาการอุ้มชูสมาชิกใหม่
ภาพชีวิตเช่นนี้พบเห็นได้เกือบทุกวันในช่วงนี้ที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูตกลูกของค่างแว่นถิ่นเหนือ (Trachypithecus phayrei) ค่างแว่นตัวน้อยตัวนี้เป็นเพศหญิงอายุยังไม่ถึงสามสัปดาห์ แต่เกือบจะทันทีที่มันลืมตาดูโลก สมาชิกตัวอื่นๆในฝูงต่างช่วยกันประคบประหงมและคอยดูแล “แม่จำเป็น” เหล่านี้ค่อนข้างมีความอดทนน้อยกว่าแม่แท้ๆ ฉะนั้นจึงเกิดเรื่องไม่คาดคิดอยู่เนืองๆ จริงๆแล้ว เจ้าค่างแว่นน้อยตัวนี้ได้รับการเลี้ยงดูค่อนข้างสมบุกสมบันพอสมควร ในช่วงสามสัปดาห์แรกหลังออกจากท้องแม่ มันตกจากต้นไม้มาแล้วหลายครั้ง เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน และเพิ่งจะเมื่อวานนี้เองที่ค่างแว่นถิ่นเหนือเพศผู้ตัวหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นพ่อของมันมากที่สุด ได้เข้ามาอุ้มเจ้าตัวน้อยอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่ทันไรก็เตะมันตกลงมาไม่ต่ำกว่าหกเมตร เจ้าค่างแว่นตัวน้อยกระแทกพื้นอย่างจังจนแม่ต้องลงไปช่วยอุ้มขึ้นมา การให้ความสนใจในสมาชิกเกิดใหม่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับค่างแว่นถิ่นเหนือและลิงชนิดอื่นๆในวงศ์ย่อยค่างที่พบในเอเชียและแอฟริกา พฤติกรรมเช่นว่านี้น่าจะเกิดจากการที่ลูกค่างแว่นเกิดใหม่มีสีขนและผิวที่แตกต่างจากตัวเต็มวัยอย่างสิ้นเชิง ลูกค่างแว่นเกิดใหม่ดูน่ารักน่าเอ็นดูด้วยขนสีส้มสดและผิวหนังสีอ่อนๆ เรายังไม่เข้าใจอย่างแน่ชัดว่า เพราะเหตุใดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจึงมักจะเกิดกับลูกค่างแว่นเวลาที่ไม่ได้อยู่ในอ้อมอกแม่ ปกติแล้ว ค่างแว่นตัวแม่ดูจะได้ประโยชน์จากการที่ค่างตัวอื่นเอาลูกของมันไปเลี้ยงบ้างเป็นครั้งคราว คล้ายๆกับเอาลูกไปฝากไว้ที่โรงเรียนอนุบาลนั่นเอง เวลาที่ลูกไม่อยู่ ตัวแม่จะกินได้เร็วขึ้นและมากขึ้น มีเวลาเข้าสังคมกับค่างตัวอื่นๆในฝูง จึงน่าจะเป็นได้ว่า บรรดาแม่บังเกิดเกล้าพร้อมที่จะให้ลูกๆมีรอยขีดข่วนหรือถลอกปอกเปิกบ้าง เพื่อแลกกับการที่พวกมันได้อิ่มหมีพีมันมากขึ้น และมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับสมาชิกตัวอื่นๆ ขณะที่เจ้าตัวน้อยก็อาจจะคุ้นเคยกับสมาชิกในฝูงเร็วขึ้น และอาจได้รับการช่วยเหลือจากสมาชิกตัวไหนก็ได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน แต่ข้อน่าข้องใจก็คือ ทำไมแม่แท้ๆถึงปล่อยให้ค่างตัวอื่นดูแลลูก และเพราะเหตุใดบรรดาแม่จำเป็นหรือแม่เฉพาะกิจถึงหมดความสนใจค่างแว่นตัวน้อยในเวลาอันรวดเร็ว เราพอจะเข้าใจได้ว่า แม่เฉพาะกิจที่อายุยังน้อยและอ่อนประสบการณ์อาจอยากฝึกเลี้ยงดูลูก แต่ไม่มีเหตุผลเลยสำหรับตัวผู้ที่โตเต็มวัยหรือตัวอื่นๆที่พากันมามุงดูสมาชิกใหม่ที่เพิ่งลืมตาดูโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพศเมียที่มีลูกแล้วหรือกำลังจะมีลูก เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกมันมาช่วยดูแลสมาชิกใหม่ เพื่อแลกกับผลประโยชน์อย่างอื่นในอนาคต เป็นต้นว่าพวกมันหวังจะได้รับความช่วยเหลืออย่างเดียวกันในภายหลัง หรือความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นๆ ความพยายามที่จะไขปริศนาในเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหลายเหตุผลที่ทำให้เราเริ่มการศึกษาวิจัยค่างแว่นถิ่นเหนือที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
โครงการศึกษาวิจัยระยะยาว
ปลายปี 2543 เราร่วมงานกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวสองคน และอาสาสมัครชาวอเมริกันหนึ่งคน หลังจาก ทำการสำรวจในช่วงแรกๆ ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการวิจัยของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เราก็ตัดสินใจเลือกจุดที่จะใช้ในการศึกษาวิจัย โดยพุ่งเป้าไปที่ค่างแว่นถิ่นเหนือฝูงหนึ่งซึ่งมีอยู่ประมาณ 15 ตัว ปกติแล้ว ค่างแว่นถิ่นเหนือเป็นสัตว์ที่ขี้อายมากและรู้จักใช้อุบายต่างๆเพื่อสลัดพวกเรา เช่น พวกมันจะปีนสูงขึ้นไปบนต้นไม้แล้วไม่ส่งเสียงเลยเป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อกัน หลายครั้งที่เราเลิกติดตามโดยไม่เอะใจเลยว่าพวกมันอยู่เหนือหัวเรานี่เอง หรืออีกวิธีหนึ่งคือ พวกมันจะเผ่นหนีกันไปคนละทิศละทาง แยกกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย จนเหลืออยู่แค่ตัวหรือสองตัว จนพวกเราไม่สามารถติดตามได้ถูก วิธีนี้พวกมันน่าจะใช้เวลาหนีสัตว์นักล่าใหญ่ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าค่างแว่นถิ่นเหนือรู้จักมนุษย์และไม่อยากอยู่ใกล้ๆ เหตุผลหลักน่าจะเป็นเพราะพวกมันเคยถูกล่าก่อนหน้าที่สถานที่แห่งนี้จะได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ค่างแว่นถิ่นเหนือเหล่านี้ค่อยๆไว้ใจเราทีละนิด พวกเราใช้เวลาเกือบปีกว่าฝูงแรกจะไว้ใจ ตอนนี้เรามีทั้งหมด 4 ฝูงที่ยอมใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการเฝ้าสังเกตของมนุษย์ ตารางการทำงานของเราคือ ในหนึ่งเดือน เราต้องติดตามศึกษาแต่ละฝูงให้ได้อย่างน้อย 5 วัน เริ่มจากทีมงานชุดหนึ่งจะออกไปตามหาฝูงที่ต้องการติดตาม ปกติแล้ว ค่างแว่นถิ่นเหนือจะมีบริเวณที่พวกมันชอบอยู่เป็นพิเศษในเวลากลางคืนและทีมงานชุดนี้ต้องหาให้พบ แต่บริเวณที่ว่าก็มีอยู่มากมายทีเดียว เพราะค่างแว่นก็ไม่ต่างจากสัตว์ในตระกูลลิงอื่นๆที่ไม่ได้มีที่นอนเพียงแห่งเดียว นั่นหมายความว่า พวกมันจะไม่กลับไปนอนที่เดิมนั่นเอง ฉะนั้น จึงอาจเป็นเรื่องของโชคเหมือนกันเวลาที่เราหาพวกมันเจอ ครั้นพอเจอแล้ว พวกเราจะตามมันไปทุกที่จนกว่าค่างแว่นเหล่านี้จะได้ที่นอน หลังจากนั้นทีมงานชุดนี้จะกลับออกมาก่อนมืดค่ำ เช้าวันรุ่งขึ้น ทีมเดิมจะกลับเข้าไปหาพวกมันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แล้วเฝ้าอยู่จนถึงเที่ยงวัน ก่อนที่ทีมที่สองจะเข้ามารับช่วงต่อ เพื่อให้ทีมแรกกลับไปพักผ่อนและบันทึกข้อมูล
วิทยาทานจากค่างแว่นถิ่นเหนือ ระบบจีพีเอสช่วยให้เราระบุตำแหน่งของค่างแว่นถิ่นเหนือในป่าทุกๆครึ่งชั่วโมง เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน เราจะมีข้อมูลพอที่จะสรุปได้ว่า อาณาเขตของพวกมันกินพื้นที่ขนาดไหน พวกมันเดินทางไกลแค่ไหนในแต่ละวัน และโดยรวมแล้ว พวกมันต้องการใช้พื้นที่มากเพียงใดในการดำรงชีวิต นอกจากนี้ ระบบจีพีเอสยังช่วยให้เรารู้ด้วยว่า พื้นที่ไหนมีค่างแว่นเข้าไปใช้มากกว่าหนึ่งฝูง ซึ่งปกติแล้ว พวกมันจะไม่ค่อยใช้พื้นที่ทับซ้อนกันสักเท่าไหร่ และนานๆจะเจอกันสักที ในช่วงที่เรามีกำลังคนมากพอ เราจะพยายามติดตามฝูงค่างแว่นสองฝูงพร้อมๆกัน เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ในแง่ของการใช้พื้นที่ระหว่างฝูงต่างๆ เช่น พวกมันทำอย่างไรถึงแทบไม่เจอกันเลย จนเกือบจะดูเหมือนว่า พวกมันพยายามหลบเลี่ยงซึ่งกันและกัน และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง พวกมันใช้กลวิธีใด เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกมันอาศัยฟังเสียงเรียกของบรรดาตัวผู้ในฝูง แต่เสียงนี้ก็ไม่ได้มีทุกวัน และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เสียงเรียกนี้ไปได้ไกลแค่ไหนในป่าที่รกทึบ ยังมีอีกหลายคำถามที่รอให้เราค้นหาคำตอบ ซึ่งทำให้งานของเราน่าตื่นเต้น แต่ละวันที่อยู่ในป่ากับค่างแว่นเหล่านี้ เราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพวกมันมากขึ้นทีละน้อยๆ
อ่านเรื่องราวทั้งหมดอย่างจุใจได้จาก นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

|
|
|