![]() |
![]() |
ก้าวสู่เวทีถ่ายภาพระดับโลกกับโครงการประกวดภาพถ่ายนานาชาติ |
| ขอเชิญผู้ที่รักการถ่ายภาพร่วมส่งผลงานเข้าประกวด National Geographic International Photography Contest 2008 เพื่อค้นหาสุดยอดภาพถ่ายระดับ ประเทศ 3 ประเภท ได้แก่ ภาพบุคคล ภาพธรรมชาติ และภาพทิวทัศน์ ชิงรางวัลเงินสด 30,000 บาท ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ ภูเก็ต รางวัลละ 2 ที่นั่ง พร้อมประกาศนียบัตร นอกจากนี้ ภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศทุกประเภท ยังได้เข้าร่วมชิงชัยกับ ผู้ชนะจากประเทศต่างๆทั่วโลก เจ้าของภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการ ประกวดภาพถ่ายนานาชาติ จะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-สหรัฐอเมริกา จากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา |
| |
ว่าเป็นช่างภาพอาชีพ) **พนักงานของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และครอบครัว และผู้มีส่วนในการจัดการประกวดไม่มีสิทธิ์ส่งประกวด** |
| |
| ภาพใดที่ได้รับการคัดเลือก เราจะขอ RAW File ภายหลัง |
| |
ต่างๆ ของนิตยสารและสมาคมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น |
| |
หมายเหตุ: ผลงานประกวดที่ไม่เป็นไปตามกติกาการประกวดข้างต้นจะไม่ได้รับการพิจารณา |
| |
| |
| |
| กองบรรณาธิการนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (ฉบับภาษาไทย) บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) 65/101-103 หมู่ 4 ถ.ชัยพฤษ์ แขวงตลิ่งชัน กทม. 10170 (วงเล็บมุมซองว่า ประกวดภาพถ่าย) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ngthai.com สอบถามรายละเอียด: โทร.0-2422-9999 ต่อ 4132-4135 , 4700 |
![]() |
![]() |
| ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แมกกี สตีเบอร์ เป็นโค้ชการถ่ายภาพแนวบุคคลของคุณ |
| แมกกี สตีเบอร์ หลงใหลการถ่ายภาพผู้คน ตั้งแต่ตอนที่เธอตัดสินใจว่า การเป็นครูสอนภาษาฝรั่งเศสช่างไม่น่าตื่นเต้นเอาเสียเลย เธอบอกว่า ในฐานะช่างภาพ เราขอให้ผู้คน เปิดเผยตัวตนและความรู้สึกออกมาต่อหน้าเราและโลก เราจึงควรเข้าหาผู้คนด้วยความนอบน้อมถ่อมตน และควรเตรียมใจที่จะเผยความรู้สึกของเราต่อคนอื่นเช่นกัน เธอเสริมว่า การใช้เวลาอยู่กับผู้คนจะช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และแสดงให้เห็นว่าคุณสนใจพวกเขาจริงๆ การค้นคว้าเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จะช่วยเพิ่มมิติให้กับภาพถ่ายอีกด้วย แมกกีบอกว่าศิลปะและวรรณกรรมจะทำให้คุณรู้ว่า อะไรทำให้คนกลุ่มหนึ่งมีความ พิเศษแตกต่าง จงเดินทางด้วยใจที่เปิดกว้าง ปราศจากอคติ และปล่อยให้ผู้คนสอนคุณ เหมือนตอนที่ฉันไปเฮติเพื่อถ่ายภาพเมืองที่ตกอยู่ในความไม่สงบ แต่เพราะฉันอ่านเกี่ยวกับ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของที่นั่นมาก่อน ฉันจึงค้นพบว่าผู้คนที่นั่นมีความงดงาม ความลี้ลับ และเปี่ยมจินตนาการ ชาวเฮติอยู่ได้ด้วยไหวพริบ พวกเขามองทะลุถึงจิตใจคุณ และ เมื่อฉันตั้งใจฟัง จึงได้พบว่าพวกเขามีบุคลิกหลายหลาย ทั้งขี้เล่น อ่อนโยน และดุดัน ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง สตีเบอร์เห็นผู้คนมาแล้วสารพัด ทั้งคนร่ำรวย คนยากจน ผู้ทรงอิทธิพล และคนเล็กคนน้อย เธอทิ้งท้ายว่า การถ่ายภาพบุคคลทำให้ฉันได้เห็นโลกในแง่มุมอันพิเศษหลากหลาย ทำให้ชีวิตฉันรุ่มรวยขึ้น เพราะผู้คนเหล่านั้นให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาค่ะ |
| |
| นักชีววิทยา เฟอร์นันโด นอตเทอโบห์ม ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความทรงจำของนก ร่วมมือกับสตีเบอร์ในการถ่ายภาพที่น่าประทับใจเช่นภาพนี้ นี่เป็นการถ่ายภาพที่สื่อถึง วิทยาศาสตร์ทางอ้อม พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการเติมแง่มุมความเป็นมนุษย์ให้กับวิทยาศาสตร์ สตีเบอร์ซึ่งมีพ่อแม่เป็นนักวิทยาศาสตร์ทั้งคู่ กล่าว ทำความรู้จักกับแมกกี สตีเบอร์และผลงานของเธอได้ที่ www.maggiesteber.com |
![]() |
| ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก โจเอล ซาร์โทรี เป็นโค้ชการถ่ายภาพแนวธรรมชาติของคุณ |
| โจเอล ซาร์โทรี เป็นนักเล่าเรื่องตัวยง ภาพของเขาบอกเล่าเรื่องราวที่สะเทือนใจ ไม่ว่าจะเป็นฉากการไล่ล่าของหมีกริซลีจอมโหดในมอนแทนา หรือช่วงเวลาอันยากลำบาก ของหมีขั้วโลกในอะแลสกา เขาบอกว่า มนุษย์เราใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เราควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระนั้นธรรมชาติก็อยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด ภาพถ่ายของผม ต้องการจะบอกว่า นี่ ทุกคน อย่าละเลยธรรมชาตินะ เพราะคุณนั่นแหละที่จะได้รับผลจากการกระทำนั้น ซาร์โทรีจะคอยมองหาองค์ประกอบที่ทำให้ภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวได้มากขึ้น เช่น ภาพหมีขั้วโลกในอะแลสกาภาพนี้ สามารถเชื่อมโยงให้เห็นถึงความเปราะบางของ สภาพแวดล้อมในทวีปแอนตาร์กติก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่ง การอพยพย้ายถิ่นของวาฬ สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และภาวะโลกร้อน เขาเล่าว่า เจ้าหมีขั้ว โลกไม่สนใจหรอกว่าคุณทำงานให้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก คุณต้องเคารพและอย่าไปรบกวนพวกมันเช่นเดียวกับการถ่ายภาพสัตว์อื่นๆทุกชนิด ภาพสัตว์ที่กำลังวิ่งหนีช่างภาพ ไม่ใช่ภาพที่ดีหรอกครับ ซาร์โทรีแนะนำว่า ควรถ่ายภาพตามความเป็นจริง หมีของผมเนื้อตัวมอมแมมและอยู่ไม่สุข แต่นั่นคือสิ่งที่มันเป็นจริงๆ นอกเหนือจากนี้แล้ว ภาพถ่ายจะเป็นตัวบอกเล่า และ ร้อยเรียงเรื่องราวต่างๆเอง |
| |
| ผลงานของโจเอล ซาร์โทรี มุ่งเน้นระบบนิเวศที่ถูกคุกคามและสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ เขาบอกว่า ลองถามตัวเองเสมอสิครับว่า สิ่งนี้น่าสนใจพอหรือเปล่า ภาพทุกภาพจะต้อง เร้าอารมณ์ บอกเล่าเรื่องราว กระตุ้นความคิด และมีองค์ประกอบภาพที่ดี ทำความรู้จักกับโจเอล ซาร์โทรี และผลงานของเขาได้ที่ www.joelsartore.com |
![]() |
| ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จอร์จ สไตน์เมตซ์ เป็นโค้ชการถ่ายภาพแนวสถานที่/ทิวทัศน์ของคุณ |
| จอร์จ สไตน์เมตซ์ เข้าเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยได้ครึ่งทาง เขาก็สะพายกล้องและเริ่มออกเดินทางท่องโลก ด้วยการโบกรถจากลอนดอนไปถึงซาอีร์ จอร์จหลงเสน่ห์ดินแดน ห่างไกลที่เดินทางผ่าน และบอกตัวเองว่าจะต้องกลับไปอีกให้ได้ เพื่อถ่ายภาพภูมิประเทศเหล่านี้ในแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เขาเท้าความหลังว่า ผมฝันมานานแล้วว่าอยากถ่าย ภาพภูมิทัศน์อันรกร้างจากเบื้องบน หลายปีต่อมา สไตน์เมตซ์ก็พบคำตอบในพารามอเตอร์ นับแต่นั้นเขาก็ได้บันทึกภาพสถานที่ต่างๆ ทั้งทะเลทรายสะฮารา แอนตาร์กติกา เมืองจีน และอัลติปลาโน ในอเมริกาใต้ จอร์จอธิบายว่า คุณจะได้เห็นอะไรที่แปลกใหม่จากเบื้องบน ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน ทางเดินของอูฐ สถานที่ประกอบพิธีกรรม และลวดลายใน แสงเงายามเช้าตรู่ จอร์จพูดถึงประสบการณ์การถ่ายภาพเหนือที่ราบสูงอัลติปลาโนของโบลิเวียว่า การขับรถข้ามทะเลเกลือ ซาลาร์เดอูยูนีในโบลิเวีย ก็เหมือนกับการแล่นเรือ ลำเล็กๆบนทะเลสีขาวอันกว้างใหญ่ไพศาลนั่นละครับ เวลาถ่ายภาพจากเบื้องบน คุณจะรับรู้ได้ถึงมิติความกว้างใหญ่ของสถานที่ครับ |
| |
| พารามอเตอร์ที่มีความคล่องตัวสูงช่วยให้จอร์จ สไตน์เมตซ์ มองเห็นภูมิประเทศเบื้องล่างจากมุมมองที่น่าตื่นตาตื่นใจ ภาพที่ถ่ายในยามเช้าตรู่นี้จับภาพเงาของขบวนอูฐ บนทะเลทรายใกล้ๆกับ วาดีมีตานในประเทศโอมาน ทำความรู้จักกับจอร์จ สไตน์เมตซ์ และผลงานของเขาได้ที่ www.georgesteinmetz.com |
![]() |