เหตุใดนิวตันจึงเชื่อว่า ดาวหางเป็นเหตุของน้ำท่วมโลก

0
397
หนังสือซึ่งอ้างว่าสามารถพิสูจน์ได้วาดาวหางเป็นเหตุให้เกิดการน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ตามคัมภีร์ไบเบิลนั้น กลายเป็นหนังสือขายดี ฉบับพิมพ์ครั้งที่ห้าถูกตีพิมพ์ในปี1737 และถูกแปลเป็นภาษาเยอรมัน

ปลายฤดูใบไม้ร่วงในปี 1680 คนในแมนแฮตตันถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัวจากการเห็นบางอย่างบนท้องฟ้า ซึ่งแทบจะไม่เคยปรากฏในสายตาของมนุษย์ ภาพที่น่ากลัวนั้นคือดาวหางที่เจิดจ้า ซึ่งสามารถเห็นได้ในช่วงเวลากลางวัน คล้ายกับ ดาวหาง 45P/Honda-Mrkos-Pajdušáková ซึ่งเข้าใกล้โลกและเห็นในช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ดาวหางดวงใหญ่ในปี 1680 ไม่ใช่ลางร้าย แต่เป็นปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่น่ายินดี

เซอร์ไอแซค นิวตัน เฝ้าสังเกตดาวหางและคำนวนวงโคจร เพื่อยืนยันทฤษฏีแรงดึงดูด เช่นเดียวกับนักดาราศาสตร์อย่าง เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ สมการของนิวตันช่วยเขาในการระบุวิถีวงโคจรของดาวหางอื่น ๆ อีก 24 ดวง และทำนายถึงการปรากฏตัวอีกครั้งของพวกมันในยามค่ำคืน

ดาวหางที่โคจรใกล้โลกในปี 1680 กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดของนิวตัน อย่าง วิลเลียม วิสตัน ผู้มีชื่อเสียงจากการคำนวนอันซับซ้อนของเขา โดยวิสตันเสนอว่า ดาวหางดวงเดียวกันที่เห็นในศตวรรษที่ 17 เป็นเหตุให้เกิดมวลน้ำฝนจำนวนมหาศาลและทำให้เกิดน้ำท่วมซึ่งล้างคนบาปในโลกตามที่คัมภีร์ไบเบิลกล่าวไว้

แผนที่ดาวเคราะห์ และดวงดาวในทางช้างเผือก ซึ่งปรากฎอยู่ในงานของวิสตัน

พระเจ้าท่านอยู่นั่นรึเปล่า นี่ผมเอง นิวตัน

ปัจจุบัน วิสตันไม่ได้เป็นที่รู้จักเท่ากับนักคิดผู้มีชื่อเสียงที่อยู่ร่วมสมัยกับเขา  แต่เขาก็ประสบความสำเร็จในฐานะศาสตราภิชานภาควิชาคณิตศาสตร์ที่น่านับถือของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เช่นเดียวกับนิวตัน และการเป็นผู้สนับสนุนพระราชบัญญัติลองติจูด ในปี 1714 ซึ่งนำไปสู่การปฎิวัติการเดินเรือ

เช่นเดียวกับเพื่อนของเขาหลาย ๆ คน เขาเป็นนักเทววิทยาที่มีความพยายามที่จะสร้างความปรองดองในความแตกต่างระหว่างกฎคณิตศาสตร์และคัมภีร์ไบเบิล สิ่งที่ทำให้นิวตันและวิสตันแตกต่างจากนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่คนอื่นๆ คือพวกเขามีสมมติฐานว่า ไบเบิล คือความจริง และเป็นหนังสือแห่งธรรมชาติของพระเจ้า ที่ใช้เพื่อทำความเข้าใจ หนังสืออื่น ๆ ของพระเจ้า เจมส์ ฟอส อดีตศาสตราจารย์ ภาควิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยเคนตักกี ผู้เขียนเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ทั้งสองนี้มาอย่างยาวนานกล่าว

ในปัจจุบันเรามีแนวโน้มที่จะแยกศาสนาและวิทยาศาสตร์ออกจากกัน แต่ไม่ใช่กับนิวตันและวิสตัน เมื่อนิวตันได้ตีพิมพ์งาน  Mathematical Principles of Natural Philosophy นอกจากการปูทางสำหรับฟิสิกส์ยุคใหม่แล้ว เขายังเป็นผู้นำในความคิดของจักรวาลจักรกลศาสตร์อีกด้วย

ในมุมมองนี้ พระเจ้าไม่ได้สร้างปัญหาให้ตัวของท่านเองในงานทั่วไปที่จะผลักโลกไปในวงโคจรของดวงอาทิตย์ ในทางตรงกันข้ามพระเจ้าสร้างกฏฟิสิกส์ เช่นแรงดึงดูด ซึ่งคอยควบคุมระบบของจักรวาล และการมีอยู่ของกฏเหล่านั้น เป็นเจตจำนงของพระเจ้า เราดำรงอยู่ในกลไกนาฬิกาจักรวาล เขาเสนอว่า เป็นการออกแบบ สร้าง และเดินเครื่อง โดยพระผู้เป็นเจ้า แต่มีบางคนที่เห็นความขัดแย้งในตัวเองของมุมมองนี้ ถ้าพระเจ้าสร้างกฏธรรมชาติที่ไร้ข้อผิดพลาด ทำไมจึงยังมีการฝ่าฝืนกฏเหล่านี้เกิดขึ้นในไบเบิล

นักเทววิทยาชาวอังกฤษ โทมัส เบอเน็ต เขียนไว้ในบทความขายดีของเขาที่ชื่อว่า  Sacred Theory of the Earth เขาตั้งสมมติฐานว่า ถึงจะมีน้ำบนโลกและมีฝนตกลงมาทั้งวันทั้งคืนสี่สิบเก้าวัน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้ บรูเน็ตมองว่า ต้องมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อื่นๆสำหรับเรื่องราวอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่นี้

เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์เสนอว่า ดาวหางในปี 1680 ตีวงเข้ามายังทุกๆ 575 ปี ซึ่งวินสตันบันทึกการเข้ามาของดาวหางนั้นเกิดขึ้นเมื่อ 2342 ปี ก่อนคริสตศักราช ซึ่งในเวลานั้น เชื่อกันว่าคือช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่

เครื่องมือลงโทษของพระเจ้า

ในขณะเดียวกันมีบางคนไม่เห็นด้วยกับงานของบรูเน็ต แม้ว่าพระเจ้าจะเป็นผู้สร้างกฏธรรมชาติของจักรวาล แต่ท่านจะระงับมันเมื่อมันเข้ากับเป้าหมายของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ แต่นิวตันและแวดวงนักคิดของเขา ไม่ได้สนใจคำอธิบายนั้นมากนัก ในมุมมองของพวกเขา กฏฟิสิกส์ของจักรวาล คือพระผู้เป็นเจ้า แรงดึงดูดขึ้นอยู่กับ ความต่อเนื่องและ ความมีประสิทธิภาพ อีกนัยนึงการเคลื่อนที่อันละเอียดอ่อน ซึ่งทำให้ดาวเคราะห์อยู่ในการเคลื่อนที่ คือปาฏิหาริย์ประจำวัน  ปาฏิหาริย์เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่ก็ยังอยู่ในกรอบที่วิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้

ในหนังสือ  New Theory of the Earth วิสตันเน้นย้ำว่า ไบเบิลไม่เคยเป็นอุปมา หรือบันทึกวิทยาศาสตร์ แต่มันเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์  ภาพแทนที่แท้จริงของการก่อกำเนิดโลกเดี่ยวๆ ท่ามกลางความยุ่งเหยิง  และกำเนิดจากความเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันที่สามารถมองเห็นได้และเกิดอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งกลายเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษยชาติ

วิสตันกล่าวว่ามันเป็นหน้าที่ของนักคิดยุคใหม่ที่จะค้นหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ที่จะอธิบายเหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในไบเบิล เขาบันทึกว่า สิ่งที่อยู่ในไบเบิลเป็นความจริง และเป็นสิ่งที่มาจากผู้สร้างธรรมชาติ พวกเราจะค้นหามันและยืนยันมันด้วยระบบของโลก เหตุของความรู้ทั้งหมดคือข้อสรุปจากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านั้น

วิสตัน เขียนตอบกฏแรงดึงดูดของนิวตัน เขาเชื่อว่า พบคำตอบของการเกิดน้ำท่วมจากดาวหาง เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์เสนอว่า ดาวหางในปี 1680 ตีวงเข้ามายังทุกๆ 575 ปี ซึ่งวินสตันบันทึกการเข้ามาของดาวหางนั้นเกิดขึ้นเมื่อ 2342 ปี ก่อนคริสตศักราช ซึ่งในเวลานั้น เชื่อกันว่าคือช่วงเวลาที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่

ในคัมภีร์ไบเบิลบันทึกว่า เมื่อโนอาห์อายุ 600 ปี ในวันที่ 17 เดือน 2  หน้าต่างของสวรรค์เปิดออก และฝนก็ตกลงมาบนโลก 49 วัน 49 คืน

วิสตันกล่าวว่าการเข้าใกล้โลกของดาวหางอธิบายปรากฏการณ์นั้นได้ แรงดึงดูดดึงเอาดาวหางนั้นเข้ามาปะทะกับโลก และหางของมันที่เต็มไปด้วยไอน้ำสร้างความชื้นให้กับบรรยากาศชั้นบน ซึ่งนั่นนำไปสู่การเกิดฝนตกอย่างฉับพลัน

และดาวหางดวงนั้นรับใช้เจตจำนงของพระเจ้า วิสตันกล่าวว่า มันไม่ใช่การใช้อำนาจแบบที่เทพเจ้าซูสใช้สายฟ้าฟาดลงมา แต่พระเจ้าสร้างงดาวหางขึ้นมาและตั้งจุดหมายการเดินทางของมันโดยผ่านฟิสิกส์ พระเจ้าไม่ได้คาดคิดว่ามนุษย์จะทำบาปและความผิดของพวกเขานั้นต้องตอบแทนด้วยการลงทัณฑ์ที่น่ากลัว พระเจ้าเตรียมการโดยการสร้างดาวหางนั้นขึ้นมาเพื่อใช้เป็นครื่องมือในการแก้แค้น

ข้อวิจารณ์อื่นๆ

วิสตันอุทิศหนังสือของเขาให้แก่นิวตัน ผู้ซึ่งเห็นด้วยกับทฤษฎีของเขาโดยมองว่าเป็นไปได้และมีเหตุผล แต่การค้นพบครั้งใหม่และทฤษฎีเกี่ยวกับข้อมูลของระบบสุริยะจักรวาล ธรรมชาติของดาวหาง อายุ และโครงสร้างของโลก ความหายนะนี้ ทำให้ทฤษฎีของวิสตันกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัย มีคนกล่าวว่าข้อสังเกตุของวิสตันเป็นเรื่องน่าขัน แต่ในมุมมองของนักประวัติศาสตร์มองว่า วิสตันเป็นนักปรัชญาธรรมชาติ ซึ่งในยุคของเขาความเชื่อทางศาสนาเป็นไปอย่างเข้มข้น

ฟอสกล่าวว่า วิสตันเกือบจะเข้าใกล้ความเป็นนักวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ เท่ากับที่เซอร์ไอแซก นิวตันเป็น แต่ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่ไร้ข้อกังขาของนิวตันนั้น ยังคงสร้างชื่อเสียงให้แก่เขามากขึ้นเรื่อยๆ