ชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองโมซูล

0
10208
Zeid Ali วัย 12 ปี (ซ้าย) และ Hodayfa Ali วัย11 ปี ปลอบโยนกันและกันหลังบ้านของพวกเขาถูกโจมตี ระหว่างการปะทะโดยกองกำลังอิรัก และกลุ่มไอเอส พวกเขาเล่าว่าสมาชิกครอบครัวบางคนยังคงถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคาร

เมืองโมซูลถูกยืดคืนโดยกองกำลังอิรักอย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กลายเป็นซากปรักหักพัง หลังสิ้นสุดปฏิบัติการทวงคืนเมืองจากกลุ่มก่อการร้ายไอเอสที่กินระยะเวลานาน 9 เดือน ผู้คนหลายพันคนเสียชีวิต อีกราว 900,000 คนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น เมื่อบ้านเรือนของพวกเขาถูกทำลายย่อยยับจากการต่อสู้

เฟลิเป้ ดานา ช่างภาพจากสำนักข่าวเอพี เคยกล่าวถึงสถานการณ์ในเมืองโมซูล ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิรักไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ว่าชัยชนะของกองกำลังอิรักครั้งนี้เป็นแค่ชัยชนะของปฏิบัติการเท่านั้น ไม่ใช่ชัยชนะของสงคราม “แม้ว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดลงในวันนี้ก็ตาม แต่ผมเองไม่คิดว่าผู้คนจะลุกขึ้นมาซ่อมแซมบ้านเรือน และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติเช่นเดิมได้ มันจะไม่เป็นเช่นนั้น”ดานากล่าวกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สิ่งที่เขากังวลไม่ใช่แค่การบูรณะเมืองและจิตใจของผู้คน แต่ยังรวมถึงแนวคิดแบบกลุ่มไอเอส ที่อาจกลายเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น

พลเมืองชาวอิรักหลบหนีการปะทะระหว่างกองกำลังทหาร และกลุ่มไอเอส ในเขตเมืองเก่า ของเมืองโมซูล

การเดินทางเข้าไปถ่ายทอดบรรยากาศของพื้นที่อันตรายเป็นเรื่องท้าทาย “คุณต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็นอันดับหนึ่ง เพราะทุกจุดคือความเสี่ยงต่อชีวิต” เขากล่าว “การเข้าไปถึงเมืองยากมาก เราถูกจำกัดทุกอย่างโดยทหาร มีหลายครั้งที่คุณได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้แล้ว แต่หากอะไรๆไม่เป็นแบบที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ คุณก็ต้องออกมาจากสถานที่นั้นให้ไวที่สุด”

อย่างไรก็ดี แม้จะถูกจำกัดการทำงาน แต่ผลงานของดานาได้ถ่ายทอดความจริงของเมืองโมซูลออกมาให้โลกได้เห็น ตัวเขามุ่งความสนใจไปที่ผู้คนมากกว่าสงคราม มองผ่านซากของรถยนต์ที่ถูกเผา กลุ่มควันสีดำจากการทิ้งระเบิด และซากของอาคารที่ถูกโจมตี ดานามองเห็นหญิงสาวและเด็กๆชาวเมืองโมซูลที่ต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสงคราม “ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเมืองเป็นเรื่องน่าตกใจ แต่สำหรับผมความน่าสนใจที่สุดคือผู้คนที่ต้องอาศัยอยู่ภายในนั้น” ดานากล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงจรวด RPG เข้าโจมตีสมาชิกกลุ่มไอเอส ที่ยังคงกบดานอยู่ในเขตเมืองเก่า ระหว่างปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของเมืองโมซูลคืนจากกลุ่มก่อการร้าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ภาพของเด็กผู้ชายขี่จักรยานผ่านซากตึกถล่ม หรือเด็กผู้หญิงในชุดสีชมพูกำลังไกวชิงช้าเล่น ในพื้นที่สงคราม สำหรับเขาสิ่งเหล่านี้ราวกับเป็นเรื่องเหนือจริง ฉากเลวร้ายเหล่านี้ดูราวกับเป็นเรื่องธรรมดาและไม่ยากที่เด็กๆเหล่านี้จะผ่านมันไปได้ แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคนที่สามารถลืมฝันร้ายได้ลง

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 วันก่อน เด็กชาย 2 คนผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องกันถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาล จากอาการบาดเจ็บเพราะถูกยิงพวกเขาหิวโหย และเอาแต่กรีดร้องอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทั้งคู่บอกว่าพ่อและแม่ของตนถูกฝังทั้งเป็นอยู่ใต้ซากอาคารพวกเขาอ้อนวอนขอให้ใครก็ตามได้โปรดเดินทางไปช่วย “พวกเขากรีดร้องอยู่อย่างนั้น” ดานาเล่า “ผู้คนที่โรงพยาบาลยื่นบิสกิตและน้ำให้เพราะทั้งคู่ดูหิวโหยมาก แต่พวกเขาก็ยังคงกรีดร้องขณะกินอาหารไปด้วย สำหรับเด็กๆพวกนั้นแล้ว ผมไม่รู้จริงๆว่าอนาคตของพวกเขาจะเป็นเช่นไร”

ฝั่งตะวันตกของเมืองโมซูล เด็กชายคนหนึ่งปั่นจักรยานผ่านซากปรักหักพังของอาคาร ที่เกิดขึ้นจากการโจมตี

เรื่องราวทำนองนี้บ่งชี้ว่าการปลดแอกจากไอเอสไม่ใช่เรื่องง่าย “มันเป็นเรื่องซับซ้อนมากๆ การต่อสู้ที่กินระยะเวลานานผู้คนเป็นพันล้มตาย เด็กๆจำนวนมากขาดพ่อแม่ พ่อแม่สูญเสียลูก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีเหตุผลที่จะเฉลิมฉลองการล่มสลายของไอเอสเลยสักนิด” ดานากล่าว

และในอีกหลายเดือนข้างหน้า ตัวเขามีแผนที่จะเดินทางกลับไปยังเมืองโมซูลอีกครั้ง เพื่อถ่ายทอดชีวิตหลังสงคราม
“ผมจะไปชมการก่อร่างสร้างเมืองใหม่ของผู้คน พวกเขาจะกลับมามีชีวิตเหมือนเดิมกันอย่างไร เมื่อไม่มีกลุ่มไอเอสแล้ว” เขากล่าว “ในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบจากสงครามครับ”

เรื่อง อเล็กซานดรา เกโนวา
ภาพ เฟลิเป้ ดานา

ควันสีดำลอยตัวปกคลุมเหนือเมืองโมซูล เมื่อการปะทะกันเรื่มต้นขึ้น
หญิงชาวอิรักคนหนึ่งนั่งพักเหนื่อย ระหว่างหลบหนีออกจากพื้นที่ในเขตเมืองเก่า ที่กลายมาเป็นเขตสงคราม
ตำรวจอิรักอุ้มตัวเด็กชายคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ หลังสถานีรถไฟของเมืองถูกโจมตีจนเสียหายย่อยยับ
ชายสองคนถูกควบคุมตัว ชายที่อยู่ตรงกลางถูกผูกผ้าปิดตาในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มไอเอส ทั้งหมดจะถูกกองกำลังอิรักสอบสวน ซึ่งในภายหลังชายทั้งสองคนได้รับการปล่อยตัว
ชาวเมืองขนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตจากการปะทะ ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเมืองโมซูล
เด็กๆเล่นสนุกในซากของรถยนต์ที่เสียหายยับเยิน
ญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิตช่วยกันขุดหลุมฝังศพให้แก่ชาวเมือง 2 คนที่เสียชีวิตจากการปะทะกันของกองกำลังอิรักและกลุ่มไอเอส
เด็กหญิงชาวอิรักผู้พลัดถิ่น ไกวชิงช้าเล่นในค่าย Hassan Sham ทางฝั่งตะวันออกของเมืองโมซูล

 

อ่านเพิ่มเติม : สงครามที่ไม่อาจพ่ายแพ้ของชาวเคิร์ดทะเลจีนใต้ น่านน้ำแห่งข้อพิพาท